ประวัติบ้านนาสองห้อง

ประวัติบ้านนาสองห้อง

๑.     ต้นกำเนิด

          บ้านนาสองห้อง  ต้นกำเนิดมาจากบ้านชะโนด  ซึ่งเป็นบ้านที่เก่าแก่ เป็นบ้านพ่อเมืองแม่ของชุมชนอื่นอีกหลายหมู่บ้านในท้องที่กิ่งอำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดนครพนม(ปัจจุบันคือ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร) เช่น บ้านหว้านใหญ่  บ้านหว้านน้อย  บ้านนาดี  บ้านหนองผือ  บ้านดอนม่วง  บ้านนาแพง  บ้านนาสองห้อง  บ้านโนนสว่างและบ้านโคกน้ำสร้าง 

๒.     สาเหตุและผู้ก่อตั้งบ้านนาสองห้อง

          เนื่องจากว่า  ในวันอังคาร  แรม ๘ ค่ำ  เดือน ๔ ปีมะโรง  ตรงกับวันที่ ๒๘ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๔๔๗  เวลาบ่าย ๑ โมง  เกิดอัคคีภัยครั้งใหญ่  ไฟไหม้บ้าน  ต้นไฟเกิดขึ้นที่กึ่งกลางหมู่บ้าน  แล้วขยายลุกลามไปอย่างรวดเร็ว  ในชั่วพริบตา  บ้านเรือน  ยุ้งฉาง  วัดวาอาราม มอดไหม้วอดวาย  กลายเป็นเถ้าถ่านโดยมิอาจประมาณค่าเสียหายได้

          จากอัคคีภัยในครั้งนั้น เป็นสาเหตุให้มีการแยกย้ายหมู่บ้านของบ้านชะโนด  ออกไปอีกเป็นครั้งที่สอง ได้แก่  บ้านดอนม่วง  บ้านนาแพงและบ้านนาสองห้อง

บ้านนาสองห้อง  ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๙  ผู้นำก่อตั้งคือ ขุนนาวงค์  นายเอียจและนายหลอด สามคนนี้เป็นผู้นำ พากันออกมาจากบ้านชะโนด แล้วมาหาถิ่นฐานที่อุดมสมบูรณ์  เพื่อให้เหมาะแก่การทำไร่ ทำนา ก็ได้มาเจอสถานที่อันเหมาะสม เพราะมีคลองน้ำ ๒ คลอง(ภาษาถิ่นเรียกว่า ฮอง) จึงได้ตั้งหลักปักฐานที่ตรงกลางระหว่างคลองสองคลองนี้  ตอนแรกๆ ก็เรียกว่า บ้านนาสองฮอง คณะลูกหลานก็ได้เรียกตามกันมาเหมือนกัน

ต่อมาทางราชการได้เปลี่ยนให้ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น  จึงตั้งชื่อว่า  บ้านนาสองห้อง  เพราะว่ามีลำคลอง ๒ คลอง  จึงเรียกว่าสองห้อง (แปลว่า บ้านที่มีคลองไหลผ่านทุ่งนา ๒ คลอง)  ห้องที่ ๑ อยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน  ห้องที่ ๒ อยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน

บ้านนาสองห้องแบ่งออกเป็น ๕ คุ้ม  ดังนี้

 

 

 

๑.ประวัติคุ้มนาหมากกะโหล่

ความเป็นมา

          ตั้งแต่สมัยโบราณมีชาวบ้านได้เล่าถึงประวัติไว้ให้ลูกหลานได้รับทราบว่า  ในสมัยก่อนผู้คนจะทำนาเป็นหลัก  ในนาจะมีร่องน้ำไหลผ่านและจะมีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก  ซึ่งร่องน้ำนี้ชาวบ้านเรียกว่า กุด  ซึ่งจะเป็นร่องที่ลึกมาก  ชาวบ้านจึงทำการสานอุปกรณ์ชนิดหนึ่งขึ้นมาเพื่อดักจับปลา  ซึ่งเรียกว่า  หมากกะโหล่  จากนั้นจึงได้รวมคำว่ากุดและหมากกะโหล่เข้าด้วยกัน  จึงเป็นกุดหมากกะโหล่  เลยใช้เรียกเป็นชื่อของคุ้มกุดหมากกะโหล่  มาจนถึงปัจจุบันนี้

          มี ๒๙  ครัวเรือน  มีผู้คนอยู่อาศัย  ประมาณ  ๑๑๖  คน

 

๒.ประวัติความเป็นมาของคุ้มนาโพธิ์

สมัยก่อน ที่จะตั้งชื่อคุ้มว่าคุ้มนาโพธิ์  มีคนในหมู่บ้านชะโนดและหมู่บ้านนาสองห้อง  ได้มาตั้งถิ่นฐานอยู่ตามทุ่งนาของตนเอง  สมัยก่อนการสัญจรไปมาไม่ค่อยจะสะดวกสบายเหมือนทุกวันนี้  เมื่อถึงฤดูทำนาต้องมานอนตามเถียงนา ในที่นาของตน  จากเถียงนาก็เลยพัฒนากลายมาเป็นการตั้งบ้านเป็นหลักแหล่ง  เพื่อที่จะไม่ได้ไปๆมาๆ เลยขึ้นอยู่กับบ้านนาสองห้อง 

เดิมคุ้มนาโพธิ์มีครอบครัวอยู่    ครอบครัว  มาตั้งถิ่นฐานก่อนเพื่อน  มี ๑. นายลบ  พาลึก  นางสี  พาลึก  ๒.  นายลัน  - นางลี  ใจสุข ๓. นายเลิศ –ทองศรี  ใจสุข

ความเป็นอยู่  ในสมัยก่อนอยู่กันอย่างสบาย  มีอาชีพทำนาเป็นหลัก  พื้นที่นาแถบคุ้มนาโพธิ์  ส่วนมากจะมีต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่มาก  ต้นไม่ที่คนส่วนใหญ่นับถือก็ คือ ต้นโพธิ์  จึงได้ตั้งชื่อว่า คุ้มนาโพธิ์ จนมาถึงปัจจุบันนี้

ปัจจุบัน   มี  ๑๗  ครัวเรือน  ประชากรทั้งหมดมีอยู่  ๘๒  คน 

 

๓.ประวัติความเป็นมาคุ้มวังน้ำคำ

          วังน้ำคำเป็นถิ่นที่อุดมสมบูรณ์  มีบ่อน้ำที่ใช้อาบดื่มกินได้ตลอดปี  ไม่เหือดแห้ง  วังน้ำคำอยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน  ในบริเวณดังกล่าวผืนดินชุ่มฉ่ำตลอดปี  และมีหนองน้ำไว้ให้สัตว์เลี้ยงได้ดื่มกินตลอดปี  จึงเป็นที่มาของคุ้มวังน้ำคำ

สัญลักษณ์ประจำคุ้ม

มีฝายน้ำล้นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยปูปลากุ้งหอย

ฝายน้ำล้นหล่อเลี้ยง

ปูปลาอาศัยอยู่

ข้าวนางามหล่อเลี้ยง

ให้ไทบ้านอยู่สบาย

          ปัจจุบันมี ๒๐ ครัวเรือน  ประชากรจำนวน ๖๐ คน

         

๔.ประวัติคุ้มนาชาพิลม

          คุ้มนาชาพิลม อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่บ้าน  ความเป็นมาเล่ากันว่ามีคนบ้านคำป่าหลายมาตั้งถิ่นฐานและอาศัยอยู่ที่นี้  คนที่มาอยู่เป็นคนแรกก็คือ  นายชาพิลม ยายเพรียง  ตาเหว้า  ซึ่งมาจาบ้านคำป่าหลาย  ต่อมาก็ได้มี คุณตาสอน  รูปดี  คุณสัน  รูปดี คุณยายหลอย  ใจสุข คุณพ่าย  ใจสุข  ยายเต็ม  รูปดี  คุณตาบาน  ใจช่วง  ยายลา  ใจช่วง คุณตาสุ  รูปดี  คุณตามี  ใจช่วง  นายบัวสี  ใจช่วง  มาสร้างบ้านอยู่ในคุ้มนี้   เลยตั้งชื่อคุ้มตามคนที่มาอาศัยอยู่เป็นคนแรก คือ นายชาพิลม  จึงเป็นที่มาของคุ้มนาชาพิลม นั่นเอง

          ปัจจุบันมีผู้คนอาศัยอยู่ประมาณ ๒๐ ครัวเรือน  ประชากรประมาณ ๑๐๐ กว่าคน

๕.ประวัติคุ้มนาห่องน้อย

          คุ้มนาห่องน้อย อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน ความเป็นมาคือ ในคุ้มนี้ ในนาของชาวบ้านจะมีคลองขนาดเล็กไหลผ่านนาของชาวบ้าน ซึ่งได้เรียกคลองนี้ว่าเป็น ห่องน้อย   เลยตั้งชื่อคุ้มว่า คุ้มนาห่องน้อย  จึงเป็นที่มาของคุ้มนื้ นั่นเอง

ปัจจุบันมี ๓๓ ครัวเรือน  ประชากรจำนวน  ๑๖๐  คน

 

๖. ผู้ปกครองบ้าน

๑.     ผู้ใหญ่เขียว ใจสุข         

๒.     ผู้ใหญ่บา  ใจสุข

๓.     ผู้ใหญ่ลา  ใจสุข

๔.     ผู้ใหญ่น้อย  รูปดี 

๕.     ผู้ใหญ่จิต  ทวีโคตร 

๖.     ผู้ใหญ่วิน  ใจสุข 

๗.     ผู้ใหญ่ธนาพล  ใจมั่น

๘.     ผู้ใหญ่ชานนท์  ใจสุข - คนปัจจุบัน

 

ที่ตั้งและอาณาเขต

         ทิศตะวันออก   ติดกับ  บ้านโนนสว่าง

          ทิศตะวันตก     ติดกับ  บ้านสามขา

          ทิศใต้            ติดกับ  บ้านขามป้อม

          ทิศเหนือ         ติดกับ  บ้านนาแพง

         

ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น

๑.     มีการทำบุญข้าวเม่าสามัคคี  จะทำกันทุกปี  ประมาณกลางเดือนตุลาคม เป็นต้นไป จนถึง ต้นเดือนพฤศจิกายน

๒.     มีการเลี้ยงปู่ตา เจ้าปะขาวสีหนุ  จะทำก่อนที่จะทำนา  โดยมีพ่อจ้ำ เป็นตัวแทนในการทำพิธี ซึ่งไม่มีของคาวเลี้ยง มีแต่ของหวานในการเลี้ยงปู่ตาทุกปี

๓.     มีการจัดงานบุญเผวดฟังเทศน์มหาชาติ ในเดือนมีนาคม

๔.     มีประเพณีแห่ดอกไม้  สรงน้ำพระ และการทำบุญมหาสังฆทานรวม เพื่ออุทิศส่วนบุญไปให้ญาติๆ ในวันมหาสงกรานต์  ทุกปี

๕.     มีการจัดงานสวดมนต์ข้ามปีทุกปี

๖.     มีการจัดทำบุญประทายข้าวเปลือกทุกปี

๗.     มีการทำบุญตักบาตรทุกวันพระ ๘ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ ทั้งขึ้นทั้งแรม

๘.     มีการจัดงานลอยกระทงทุกปี

๙.     มีวัฒนธรรมการใส่ขันนิมนต์พระสงฆ์อยู่จำพรรษาตลอดไตรมาส ทุกปี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น